ข่าวประชาสัมพันธ์

พช.ศรีสะเกษ เดินหน้าสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ส่งต่อภูมิปัญญาการทอผ้ายกดอกผ้าเหยียบลายลูกแก้ว ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ผ้าวาระการพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ

พช.ศรีสะเกษ เดินหน้าสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ส่งต่อภูมิปัญญาการทอผ้ายกดอกผ้าเหยียบลายลูกแก้ว ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ผ้าวาระการพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ

พช.ศรีสะเกษ เดินหน้าสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ส่งต่อภูมิปัญญาการทอผ้ายกดอกผ้าเหยียบลายลูกแก้ว ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ผ้าวาระการพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ

วันที่ 10 ตุลาคม 2564
เวลา 09.00 น.

นายชัยยงค์ ผ่องใส นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย นางสาวธนพร ขจิตเวทย์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน นายเอกชัย ว่องไว พัฒนาการอำเภอปรางค์กู่ นักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัด นักวิชาการพัฒนาชุมชนอำเภอและสมาชิกกลุ่มสตรีทอผ้าไหมบ้านน้อยนาเจริญ ร่วมถ่ายทำรายการสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน โดยกลุ่มงานเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์การ กองประชาสัมพันธ์ กรมการพัฒนาชุมชน ณ กลุ่มสตรีทอผ้าไหมบ้านน้อยนาเจริญ หมู่ที่ 14 ตำบลสำโรง อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ

จังหวัดศรีสะเกษได้ใช้กลไกการบริหารจัดการแบบประชารัฐที่มีทุกภาคีเครือข่าย ทั้งภายในและภายนอกจังหวัดเข้ามามีส่วนในการ “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ไข ร่วมติดตาม”โดยยึดหลักธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนจังหวัดจึงได้ประกาศเป็นวาระ “1+ 10 วาระ การขับเคลื่อนจังหวัดสะเกษ บนเส้นทางการพัฒนาที่ยั่งยืน”  มีหนึ่งภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมดำเนินการ คือ “การปกป้องเชิดชูสถาบัน” สำหรับ 10 วาระจังหวัด ส่วนหนึ่งเป็นการต่อยอดการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับเศรษฐกิจฐานราก ดังคำว่า “อะไร อะไร ก็ดี ที่ศรีสะเกษ” ผ่านวาระด้านเศรษฐกิจ

นายชัยยงค์ ผ่องใส รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ ได้กล่าวว่า สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ ได้ขับเคลื่อนวาระผ้าทอมือ “ศรีสะเกษ ธานีผ้าศรี…แส่ว” ซึ่งเป็นวาระสำคัญของจังหวัด ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ทำบันทึกข้อตกลงกับหน่วยงานของรัฐในการร่วมโครงการสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทยดำรงไว้ในแผ่นดิน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และเผยแพร่ผ้าไทย อันเป็นศิลปะอันล้ำค่าของชาติให้ดำรงคงอยู่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย และให้ชาวโลกได้ชื่นชม ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษ โดยนายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวจังหวัดศรีสะเกษ โดยใช้ภูมิปัญญาการย้อม ทอ แส่ว ของชาวจังหวัดศรีสะเกษ มาพัฒนาคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยพัฒนาผ้าพื้นเมืองเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ ครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง ชุมชนพึ่งตนเองได้ โดยได้น้อมนำแนวพระราชดำริ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” มาขับเคลื่อนผ้าอัตลักษณ์จังหวัดศรีสะเกษ จากเดิมมีการทอผ้าลายลูกแก้วย้อมจากผลมะเกลือได้ผ้าสีดำขลับ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาการย้อมดั้งเดิมของชาวอีสานใต้ มีข้อจำกัดคือไม่หลากหลายในการใช้สวมใส่ เนื่องจากเป็นสีดำ และเป็นผ้าหน้าแคบ ไม่สะดวกต่อการแปรรูปเป็นเสื้อผ้า การแส่ว ด้ายที่ใช้แส่ว เป็นสีที่ฉูดฉาด ลายที่ใช้แส่วเป็นลายไม่หลากหลาย โดยได้พัฒนาภูมิปัญญาของชาวจังหวัดศรีสะเกษให้เป็นที่ต้องการของตลาด มีรูปแบบสีสันที่ทันสมัย ใส่ให้สนุก สวมใส่ได้ทุกโอกาส สามารถแข่งขันได้  และเป็นการส่งเสริมให้คนในชุมชนมีรายได้ที่มั่นคง ยังยืน สามารถพึ่งตนเองได้ และเป็นการพัฒนารูปแบบ ส่งเสริมการยกระดับผ้าอัตลักษณ์ มีลวดลายทันสมัย เพิ่มมูลค่ามากขึ้น

นายชัยยงค์ ผ่องใส รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดศรีสะเกษได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาในการจัดกิจกรรมรณรงค์สวมใส่ผ้าไทยตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 ให้มีการสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน โดยจังหวัดศรีสะเกษ ได้ใช้กลยุทธ์การขับเคลื่อนวาระผ้าทอในการจัดกิจกรรมนุ่งผ้าไทยใส่บาตร ทำความดีวิถีพอเพียง ที่ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันอังคาร ซึ่งเริ่มดำเนินการจัดกิจกรรมครั้งแรกตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 นับว่าเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นให้ชาวจังหวัดศรีสะเกษได้สวมใส่ผ้าไทย ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 ที่มีการรณรงค์ให้ประชาชนได้ใช้และสวมใส่ผ้าไทยทุกวันอังคารและวันศุกร์ จึงเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ OTOP มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายอีกทาง  ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษได้ขับเคลื่อนวาระผ้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดกิจกรรมเปิดตลาดโบราณ “ลานออดหลอด ซอดศรีเกษ” ณ ศูนย์โอทอปศรีสะเกษเป็นประจำทุกเดือน การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า “มหกรรม OTOP ของดี๊เมืองศรีเกษ” ภายใต้โครงการ จัดแสดงและจำหน่าย OTOP กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 โครงการการค้าการลงทุนกลุ่มจังหวัดเชื่อมโยงอาเชียน ประจำปี ณ ลานอะควาเรียม เซ็นทรัลพลาซ่าอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษได้มีแคมเปญ “หน้าร้านมีขาย ออนไลน์มีส่ง” เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้ผู้ประกอบการ OTOP ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 โดยมีผลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผ้าและเครื่องแต่งกาย ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 1,190,689,026 บาท

พัฒนาชุมชนศรีสะเกษ : นครแห่งความสุข
กลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน : รายงาน

(Visited 1 times, 1 visits today)